พลาสวูด อายุการใช้งานกี่ปี?

แชร์บทความ

พลาสวูด อายุการใช้งานกี่ปี?

หลายคนคงสงสัยว่า พลาสวูด สามารถใช้งานได้กี่ปี สามารถใช้งานยาวๆ ได้เลยหรือไม่ วันนี้เรามีคำตอบมาให้ครับ

พลาสวูด (Plaswood) มีอายุการใช้งานยาวนาน มากกว่า 10 ปี ขึ้นอยู่กับคุณภาพเกรดวัสดุและลักษณะการใช้
งานจริงว่าเป็นงานภายในหรือภายนอกอาคาร


“พลาสวูด (Plaswood) มีอายุการใช้งานยาวนาน มากกว่า 10 ปี”


ปัจจัยที่มีผลต่ออายุการใช้งานพลาสวูด

  • การใช้งานภายในอาคาร: หากใช้ทำเฟอร์นิเจอร์ ฝ้า หรือผนังกันห้อง ที่ไม่โดนแดดจัดหรือแรงกระแทก
    กระแทกแรงๆ อายุการใช้งานอาจยาวนาน 15-20 ปีขึ้นไป เนื่องจากไม่มีปัญหาเรื่องปลวก หรือ
    ความชื้น
  • การใช้งานภายนอกอาคาร: หากใช้ทำป้ายหน้าร้าร้าน ระแนงรั้ว หรือผนังภายนอก ที่ต้องเผชิญแสงแดดและฝน
    อายุการใช้งานจะอยู่ที่ประมาณ 10 ปี

สรุป : ปัจจัยที่มีผลต่ออายุการใช้งานของ พลาสวูด คือ ความร้อน และแสงแดด เพราะพลาสวูด ทำมาจากพลาสติด ทำให้เประ หรือเสื่อมคุณภาพได้ หากอยู่ในที่แดดจัด หรือมีความร้อน

คุณสมบัติเด่นที่ช่วยยืดอายุของพลาสวูด

  • กันน้ำ 100%: ไม่บวมน้ำ ไม่เกิดเชื้อรา ทำให้ใช้งานได้ยาวนาน
  • ปลวกและแมลงไม่กิน: หมดปัญหาเรื่องแมลงกัดแทะ
  • ไม่ลามไฟ: ปลอดภัยเรื่องอัคคีภัย


แชร์บทความ

พลาสวูดความหนาเท่าไหร่? เหมาะกับงานประเภทไหนบ้าง (ตั้งแต่ 3 มม. ถึง 25 มม.)

แชร์บทความ

พลาสวูดความหนาเท่าไหร่? เหมาะกับงานประเภทไหนบ้าง (ตั้งแต่ 3 มม. ถึง 25 มม.)

พลาสวูด (Plastwood หรือ PVC Foam Board) มีหลายความหนาให้เลือก โดยความหนาที่นิยมใช้งานทั่วไป ได้แก่

  • 3 มม.,
  • 5 มม.,
  • 8 มม.,
  • 10 มม.,
  • 12 มม.,
  • 15 มม.,
  • 20 มม.
  • 25 มม.

การเลือกความหนาควรพิจารณาจาก ขนาดของชิ้นงาน น้ำหนักที่ต้องรับ ความแข็งแรงที่ต้องการ และลักษณะการใช้งาน เพราะพลาสวูดแต่ละความหนาเหมาะกับงานแตกต่างกัน

 

ตารางเปรียบเทียบพลาสวูดแต่ละความหนา

ความหนา

ความแข็งแรง

เหมาะกับงาน

3 มม. น้อย ป้าย งานตกแต่ง งานกรุผนัง
5 มม. น้อย–ปานกลาง ป้าย ตัวอักษร งานตกแต่ง
8 มม. ปานกลาง ป้าย งาน DIY ชั้นขนาดเล็ก
10 มม. ปานกลาง ผนัง งานตกแต่ง เฟอร์นิเจอร์เบา
12 มม. ปานกลาง–สูง ตู้ ชั้นวาง เคาน์เตอร์
15 มม. สูง เฟอร์นิเจอร์ ตู้ โต๊ะ
20 มม. สูงมาก งานโครงสร้างเบา เคาน์เตอร์ขนาดใหญ่
25 มม. สูงมาก งานที่ต้องการความหนาและแข็งแรงเป็นพิเศษ

หมายเหตุ: พลาสวูดเป็นวัสดุที่ไม่เหมาะกับงานโครงสร้างหลักที่ต้องรับน้ำหนักสูง เช่น เสา คาน หรือพื้นรับน้ำหนักมาก



1. พลาสวูด 3 มม.

พลาสวูด 3 มม. เป็นขนาดที่บางและน้ำหนักเบา เหมาะกับงานที่ไม่ต้องรับแรงมาก

เหมาะกับงาน

  • งานป้ายโฆษณา
  • งานพิมพ์ UV
  • งานตัวอักษร
  • งานตกแต่งผนัง
  • งานกรุผิว
  • โมเดลและงานประดิษฐ์
  • งาน DIY ขนาดเล็ก
  • จุดเด่น
  • น้ำหนักเบา
  • ตัดง่าย
  • ดัดแปลงและขึ้นรูปได้ง่าย
  • ประหยัดกว่าความหนาขนาดใหญ่

 

ข้อควรระวัง

ไม่เหมาะกับงานที่ต้องรับน้ำหนักหรือมีช่วงแผ่นยาวโดยไม่มีโครงรองรับ เพราะแผ่นอาจโก่งตัวได้


2. พลาสวูด 5 มม.

พลาสวูด 5 มม. เป็นความหนาที่นิยมสำหรับงานป้ายและงานตกแต่งทั่วไป

เหมาะกับงาน

  • ป้ายบริษัท
  • ป้ายสินค้า
  • ป้ายประชาสัมพันธ์
  • งานตกแต่งร้านค้า
  • ตัวอักษรนูน
  • งานกรุผนัง
  • งาน DIY

 

จุดเด่น

มีความแข็งแรงมากกว่า 3 มม. แต่ยังตัดและติดตั้งได้ง่าย

เหมาะสำหรับใคร?

เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการวัสดุสำหรับ งานป้ายและตกแต่งภายในที่ไม่ต้องรับน้ำหนักมาก



3. พลาสวูด 8 มม.

พลาสวูด 8 มม. เริ่มมีความแข็งแรงมากขึ้น เหมาะกับงานที่ต้องการแผ่นหนาและคงรูปดีขึ้น

เหมาะกับงาน

  • ป้ายขนาดใหญ่
  • ชั้นวางของขนาดเล็ก
  • งานตกแต่งร้านค้า
  • งาน DIY
  • งานบูธแสดงสินค้า
  • แผงกั้น
  • งานเฟอร์นิเจอร์น้ำหนักเบา

จุดเด่น

  • แข็งแรงกว่าแผ่นบาง
  • ยังมีน้ำหนักไม่มาก
  • ตัดและเจาะง่าย


4. พลาสวูด 10 มม.

พลาสวูด 10 มม. เป็นขนาดที่เริ่มนำไปใช้งานเฟอร์นิเจอร์และงานตกแต่งที่ต้องการความแข็งแรงได้มากขึ้น

เหมาะกับงาน

  • ชั้นวางของ
  • ตู้ขนาดเล็ก
  • ผนังกั้น
  • งานตกแต่งภายใน
  • งานห้องน้ำ
  • งานเคาน์เตอร์ขนาดเล็ก
  • งาน DIY

 

จุดเด่น

  • มีความสมดุลระหว่าง ความแข็งแรงและน้ำหนัก
  • เหมาะกับผู้ที่ต้องการแผ่นพลาสวูดที่แข็งแรงกว่า 5–8 มม. แต่ไม่ต้องการแผ่นหนาและหนักเกินไป

5. พลาสวูด 12 มม.

พลาสวูด 12 มม. เป็นขนาดที่นิยมในงานเฟอร์นิเจอร์มากขึ้น

เหมาะกับงาน

  • ตู้
  • ชั้นวางของ
  • เคาน์เตอร์
  • ผนังกั้น
  • เฟอร์นิเจอร์ในห้องน้ำ
  • เฟอร์นิเจอร์ในพื้นที่ชื้น
  • งานตกแต่งร้านค้า

 

จุดเด่น

  • แข็งแรง
  • ทนความชื้น
  • ไม่ผุเหมือนไม้
  • ไม่ถูกปลวกกัดกิน

การใช้งาน

  • เหมาะกับงานที่ต้องการความแข็งแรงระดับหนึ่ง แต่ไม่ได้รับน้ำหนักมากเกินไป

6. พลาสวูด 15 มม.

พลาสวูด 15 มม. เป็นหนึ่งในความหนาที่นิยมมากสำหรับงานเฟอร์นิเจอร์

เหมาะกับงาน

  • ตู้เก็บของ
  • ชั้นวางของ
  • โต๊ะ
  • เคาน์เตอร์
  • เฟอร์นิเจอร์ห้องน้ำ
  • ตู้ใต้ซิงก์
  • งานตกแต่งภายในและภายนอก

จุดเด่น

  • แข็งแรง
  • คงรูปได้ดี
  • เหมาะกับงานเฟอร์นิเจอร์มากกว่าแผ่นบาง
  • ทนความชื้นและน้ำ

 

เหมาะสำหรับ

  • ผู้ที่ต้องการนำพลาสวูดไปใช้แทนไม้ในงานที่มี ความชื้นสูง เช่น ห้องน้ำ ห้องครัว หรือพื้นที่ที่เสี่ยงต่อปลวก


7. พลาสวูด 20 มม.

พลาสวูด 20 มม. เหมาะกับงานที่ต้องการความแข็งแรงมากขึ้นและต้องการให้ชิ้นงานมีความหนา

เหมาะกับงาน

  • เคาน์เตอร์
  • ชั้นวางของขนาดใหญ่
  • ตู้ขนาดใหญ่
  • งานเฟอร์นิเจอร์ที่ต้องการความแข็งแรง
  • งานตกแต่งเชิงพาณิชย์
  • งานกั้นพื้นที่

จุดเด่น

  • แผ่นมีความหนา ทำให้มีความแข็งแรงและคงรูปมากกว่า 10–15 มม.

 

ข้อควรพิจารณา

  • หากเป็นชั้นวางที่มีช่วงยาวและรับน้ำหนักมาก ควรมี โครงเหล็กหรือโครงรองรับ เพื่อป้องกันการแอ่นตัว


8. พลาสวูด 25 มม.

พลาสวูด 25 มม. เป็นความหนาที่เหมาะกับงานที่ต้องการความแข็งแรงและความหนาเป็นพิเศษ

เหมาะกับงาน

  • เคาน์เตอร์ขนาดใหญ่
  • ชั้นวางของ
  • ตู้และเฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่
  • งานตกแต่งที่ต้องการความหนา
  • งาน CNC และงานแกะสลัก
  • งานที่ต้องการสร้างมิติให้ชิ้นงาน

จุดเด่น

  • หนาและแข็งแรง
  • ให้ชิ้นงานดูแข็งแรงและมีมิติ
  • เหมาะกับงานตกแต่งระดับพรีเมียม

 

ข้อควรระวัง

แม้จะหนาถึง 25 มม. แต่พลาสวูดยังคงเป็นวัสดุประเภท PVC Foam Board ดังนั้น ไม่ควรนำไปใช้แทนโครงสร้างคอนกรีตหรือเหล็ก


เลือกความหนาพลาสวูดอย่างไรให้เหมาะกับงาน?

  • งานป้ายและตกแต่ง
  • เลือกประมาณ 3–5 มม.

  • งานตกแต่งและงาน DIY
  • เลือกประมาณ 5–8 มม.

  • งานผนังและชิ้นส่วนเฟอร์นิเจอร์
  • เลือกประมาณ 10–12 มม.

  • งานตู้ ชั้นวาง และเคาน์เตอร์
  • เลือกประมาณ 15 มม.

  • งานที่ต้องการความหนาและความแข็งแรงสูง
  • เลือกประมาณ 20–25 มม.

สรุป: พลาสวูดความหนาไหนเหมาะกับคุณ?

  • 3–5 มม. → งานป้าย งานตกแต่ง งานกรุผิว
  • 8–10 มม. → งาน DIY งานผนัง และเฟอร์นิเจอร์เบา
  • 12–15 มม. → ตู้ ชั้นวาง และเฟอร์นิเจอร์
  • 20–25 มม. → เคาน์เตอร์ งานขนาดใหญ่ และงานที่ต้องการความหนาเป็นพิเศษ

แชร์บทความ

พลาสวูด vs ไม้ MDF vs ไม้ HMR vs ไม้อัด เลือกแบบไหนคุ้มค่าที่สุด?

แชร์บทความ

พลาสวูด vs ไม้ MDF vs ไม้ HMR vs ไม้อัด เลือกแบบไหนคุ้มค่าที่สุด?

การเลือกวัสดุสำหรับทำเฟอร์นิเจอร์ งานตกแต่งภายใน งานบิวท์อิน หรือแม้แต่งานก่อสร้าง ปัจจุบันมีตัวเลือกมากกว่าการใช้ไม้จริงเพียงอย่างเดียว โดยวัสดุที่ได้รับความนิยม ได้แก่ พลาสวูด (Plastwood), MDF, HMR และไม้อัด (Plywood)

แต่ละวัสดุมีคุณสมบัติ ราคา ความแข็งแรง และความสามารถในการทนความชื้นแตกต่างกัน ดังนั้นคำถามที่หลายคนสงสัยคือ

พลาสวูด vs MDF vs HMR vs ไม้อัด แบบไหนดีกว่ากัน? และแบบไหนคุ้มค่าที่สุด?

คำตอบคือ

ไม่มีวัสดุชนิดใดดีที่สุดสำหรับทุกงาน แต่มีวัสดุที่เหมาะสมที่สุดสำหรับลักษณะการใช้งานของคุณ

บทความนี้จะช่วยเปรียบเทียบข้อดี ข้อเสีย และการใช้งานของวัสดุแต่ละประเภท เพื่อให้เลือกได้ง่ายและคุ้มค่ามากขึ้น

ตารางเปรียบเทียบ พลาสวูด vs MDF vs HMR vs ไม้อัด

คุณสมบัติ

พลาสวูด

MDF

HMR

ไม้อัด

วัสดุหลัก PVC เส้นใยไม้ เส้นใยไม้ทนชื้น แผ่นไม้หลายชั้น
ความแข็งแรง ปานกลาง ปานกลาง ปานกลางถึงดี สูง
รับน้ำหนัก ปานกลาง ปานกลาง ดี ดีมาก
ทนความชื้น ดีมาก ต่ำ ดี ปานกลางถึงดี
กันน้ำ ดี ไม่กันน้ำ ทนชื้น แต่ไม่ควรแช่น้ำ ขึ้นอยู่กับชนิดกาว
ปลวก ไม่เป็นอาหารปลวก มีโอกาสเสียหาย มีโอกาสเสียหาย มีโอกาสเสียหาย
น้ำหนัก ค่อนข้างเบา หนัก หนัก ปานกลาง
การตัดแต่ง ง่าย ง่าย ง่าย ต้องใช้เครื่องมือที่เหมาะสม
การยิงสกรู ปานกลาง ปานกลาง ดี ดีมาก
ผิวหน้า เรียบ เรียบมาก เรียบ ลายไม้หรือผิวไม้
เหมาะกับงานเปียก ดีมาก ไม่เหมาะ เหมาะบางส่วน ขึ้นอยู่กับชนิด
ราคาโดยรวม ปานกลาง ประหยัด ปานกลางถึงสูง มีหลายระดับ
อายุการใช้งาน นานในพื้นที่ชื้น ดีในพื้นที่แห้ง ดี ดีมากเมื่อเลือกชนิดเหมาะสม

สรุปสั้นๆ:

  • เน้นกันน้ำและปลวก → พลาสวูด
  • เน้นประหยัดและผิวเรียบ → MDF
  • เน้นเฟอร์นิเจอร์ภายในที่มีความชื้น → HMR
    เน้นความแข็งแรงและรับน้ำหนัก → ไม้อัด

1. พลาสวูด (Plastwood) เหมาะกับใคร?

พลาสวูด หรือแผ่น PVC Foam Board เป็นวัสดุสังเคราะห์ที่ผลิตจากพลาสติก PVC มีลักษณะเป็นแผ่นแข็ง น้ำหนักไม่มาก สามารถตัด เจาะ ยิงสกรู และนำไปใช้งานแทนไม้ได้ในหลายประเภท

จุดเด่นสำคัญคือ ไม่เป็นอาหารปลวก และทนความชื้นได้ดี

ข้อดีของพลาสวูด

  • ทนความชื้นได้ดี
  • ไม่เป็นอาหารปลวก
  • ไม่ผุกร่อนง่าย
  • น้ำหนักเบากว่าไม้หลายประเภท
  • ตัดและเจาะได้ง่าย
  • ผิวเรียบ สามารถทำสีได้
  • เหมาะกับพื้นที่เปียกหรือชื้น

 

ข้อเสียของพลาสวูด

  • ความแข็งแรงในการรับน้ำหนักอาจน้อยกว่าไม้อัด
  • ไม่เหมาะกับงานโครงสร้างที่ต้องรับน้ำหนักมาก
  • อาจโก่งตัวได้หากใช้แผ่นบางในช่วงกว้าง
  • การยึดสกรูอาจไม่แข็งแรงเท่าไม้จริงหรือไม้อัด
  • งานที่เหมาะกับพลาสวูด
  • ตู้ห้องน้ำ
  • ผนังตกแต่ง
  • ฝ้าและงานปิดผิว
  • ป้าย
  • งานเฟอร์นิเจอร์ในพื้นที่ชื้น
  • ตู้ใต้ซิงก์
  • งานตกแต่งภายนอกบางประเภท
  • เหมาะสำหรับคนที่ต้องการ

กันน้ำ + ไม่ต้องกังวลเรื่องปลวก + ใช้งานในพื้นที่ชื้น


2. MDF คืออะไร และเหมาะกับงานแบบไหน?

MDF หรือ Medium Density Fiberboard เป็นแผ่นไม้ที่ผลิตจากเส้นใยไม้บดละเอียดและนำมาอัดขึ้นรูป ทำให้มีผิวเรียบสม่ำเสมอ ไม่มีลายไม้และไม่มีปมไม้เหมือนไม้ธรรมชาติ

MDF เป็นวัสดุยอดนิยมสำหรับงานเฟอร์นิเจอร์ภายใน โดยเฉพาะงานที่ต้องการทำสีหรือปิดผิว

 

ข้อดีของ MDF

  • ผิวเรียบมาก
  • ตัดแต่งง่าย
  • เซาะร่องและทำลวดลายได้ดี
  • เหมาะสำหรับงานพ่นสี
  • ราคาค่อนข้างประหยัด
  • เหมาะกับงานเฟอร์นิเจอร์ทั่วไป

 

ข้อเสียของ MDF

  • ไม่ทนต่อน้ำ
  • บวมและเสียหายง่ายเมื่อโดนน้ำ
  • มีน้ำหนักค่อนข้างมาก
  • ไม่เหมาะกับพื้นที่ชื้น
  • ขอบแผ่นต้องปิดผิวอย่างเหมาะสม
  • งานที่เหมาะกับ MDF
  • ตู้เสื้อผ้า
  • ชั้นวางของ
  • โต๊ะ
  • ตู้ทีวี
  • ผนังตกแต่งภายใน
  • ประตูเฟอร์นิเจอร์
  • งานพ่นสี
  • เหมาะสำหรับคนที่ต้องการ

ผิวเรียบ งานสวย ราคาประหยัด และใช้งานในพื้นที่แห้ง


3. HMR คืออะไร? ดีกว่า MDF หรือไม่?

HMR หรือ High Moisture Resistance Board เป็นแผ่นไม้ที่มีโครงสร้างคล้าย MDF แต่ได้รับการพัฒนาให้สามารถทนความชื้นได้ดีกว่า MDF ทั่วไป

จึงเป็นตัวเลือกที่นิยมในงานบิวท์อินและเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้าน โดยเฉพาะบริเวณที่มีความชื้นเป็นครั้งคราว

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่ควรเข้าใจคือ

HMR ทนความชื้น ไม่ได้หมายความว่าสามารถแช่น้ำได้

ข้อดีของ HMR

  • ทนความชื้นได้ดีกว่า MDF
  • ผิวเรียบ
  • ตัดและเซาะร่องได้ง่าย
  • เหมาะกับงานบิวท์อิน
  • ทำสีและปิดผิวได้ดี
  • เหมาะกับพื้นที่ที่มีความชื้น
  • ข้อเสียของ HMR
  • ราคาสูงกว่า MDF
  • ไม่เหมาะกับการแช่น้ำโดยตรง
  • ยังเป็นวัสดุจากเส้นใยไม้
  • ไม่เหมาะกับงานภายนอกที่โดนฝนตลอดเวลา
  • งานที่เหมาะกับ HMR
  • ตู้ครัว
  • เฟอร์นิเจอร์บิวท์อิน
  • ตู้ใต้ซิงก์
  • เฟอร์นิเจอร์ในคอนโด
  • ห้องที่มีความชื้นสูง
  • งานตกแต่งภายใน
  • เหมาะสำหรับคนที่ต้องการ

เฟอร์นิเจอร์สวย ผิวเรียบ และทนความชื้นได้ดีกว่า MDF


4. ไม้อัด (Plywood) เหมาะกับงานที่ต้องการความแข็งแรง

ไม้อัดเป็นวัสดุที่ผลิตจากแผ่นไม้บางหลายชั้นนำมาวางสลับแนวเสี้ยนและยึดติดกันด้วยกาว ทำให้มีความแข็งแรงและสามารถรับน้ำหนักได้ดี

ไม้อัดมีหลายประเภท เช่น

  • ไม้อัดยาง
  • ไม้อัดสัก
  • ไม้อัดเบญจพรรณ
  • ไม้อัดกันน้ำ
  • ไม้อัดฟิล์มดำ
  • ไม้อัดสำหรับงานเฟอร์นิเจอร์

คุณภาพและความสามารถในการทนความชื้นของไม้อัดจะแตกต่างกันตามชนิดของไม้และกาวที่ใช้

ข้อดีของไม้อัด

  • แข็งแรง
  • รับน้ำหนักได้ดี
  • ยึดสกรูได้ดี
  • เหมาะกับงานเฟอร์นิเจอร์
  • มีความเหนียว
  • มีหลายเกรดให้เลือก
  • สามารถใช้งานได้หลากหลาย

 

ข้อเสียของไม้อัด

  • คุณภาพแตกต่างกันมากในแต่ละเกรด
  • ราคาบางชนิดค่อนข้างสูง
  • ขอบอาจต้องปิดผิว
  • หากใช้ไม้อัดคุณภาพต่ำ อาจเกิดการแยกชั้นได้
  • ความทนชื้นขึ้นอยู่กับชนิดกาว
  • งานที่เหมาะกับไม้อัด
  • ตู้และเฟอร์นิเจอร์
  • ชั้นวางของ
  • เตียง
  • โต๊ะ
  • งานบิวท์อิน
  • งานที่ต้องรับน้ำหนัก
  • งานก่อสร้างบางประเภท
  • เหมาะสำหรับคนที่ต้องการ

ความแข็งแรง รับน้ำหนักดี และอายุการใช้งานยาวนาน


ตารางเปรียบเทียบความเหมาะสมของแต่ละงาน

ประเภทงาน

วัสดุที่แนะนำ

ตู้เสื้อผ้า MDF / HMR / ไม้อัด
ตู้ครัว HMR / ไม้อัด / พลาสวูด
ตู้ห้องน้ำ พลาสวูด
ตู้ใต้ซิงก์ พลาสวูด / HMR / ไม้อัดกันชื้น
ชั้นวางของหนัก ไม้อัด
โต๊ะทำงาน ไม้อัด
งานพ่นสี MDF / HMR
งานบิวท์อิน HMR / ไม้อัด
งานที่เสี่ยงโดนน้ำ พลาสวูด
งานที่ต้องการราคาประหยัด MDF
งานที่ต้องการความแข็งแรงสูง ไม้อัด
งานที่ต้องการป้องกันปลวก พลาสวูด

 

สรุป: พลาสวูด vs MDF vs HMR vs ไม้อัด เลือกอะไรดี?

หากสรุปแบบง่ายที่สุด สามารถเลือกได้ดังนี้

พลาสวูด

  • เด่นเรื่องกันน้ำ ทนความชื้น และไม่เป็นอาหารปลวก
  • เหมาะกับงานห้องน้ำ พื้นที่ชื้น และงานที่มีโอกาสโดนน้ำ

 

MDF

  • เด่นเรื่องราคาประหยัดและผิวเรียบ
  • เหมาะกับเฟอร์นิเจอร์ภายในที่อยู่ในพื้นที่แห้ง

 

HMR

  • เด่นเรื่องผิวเรียบและทนความชื้น
  • เหมาะกับงานบิวท์อิน ตู้ครัว และเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้าน

 

ไม้อัด

  • เด่นเรื่องความแข็งแรงและรับน้ำหนัก
  • เหมาะกับเฟอร์นิเจอร์ งานโครงสร้าง และงานที่ต้องการอายุการใช้งานยาวนาน

แชร์บทความ

ขนาดของ พลาสวูด

แชร์บทความ

ขนาดของ พลาสวูด

ความหนาของ พลาสวูด
(มิลลิเมตร)

  • 3 มม.
  • 5 มม.
  • 6 มม.
  • 8 มม.
  • 10 มม.
  • 12 มม.
  • 15 มม.
  • 18 มม.
  • 20 มม.
  • 25 มม.

 


ความกว้างxยาว ของพลาสวูด
(เมตร)

  • 1.2×2.4 เมตร


แชร์บทความ

เปรียบเทียบ ไม้อัดยาง vs พลาสวูด ต่างกันอย่างไร?

แชร์บทความ

เปรียบเทียบ ไม้อัดยาง vs พลาสวูด ต่างกันอย่างไร?

ทุกวันนี้ วัสดุที่ใช้งานตกแต่ง แบบประเภทแผ่น มีหลายแบบมาก ในอดีต ไม้อัด เป็นวัสดุประเภทแผ่นที่ได้รับความนิยม ในปัจจุบันมีวัสดุแบบแผ่น หลากหลายให้เลือกใช้ เช่น

  • ไม้อัดยาง
  • ไม้อัด HMR
  • ไม้อัด MDF
  • พลาสวูด
  • ยิปซัม
  • แผ่นคริสตัลอะคริลิก
  • แผ่นโพลีคาร์บอเนต

เป็นต้น

วันนี้ เรามาเปรียบเทียบ ข้อดี ข้อเสีย ระหว่าง ไม้อัดยาง กับ พลาสวูด กันครับ

ไม้อัดยางพารา และ พลาสวูด (Plastwood หรือ PVC Foam Board) เป็นวัสดุแผ่นที่นิยมใช้ในงานก่อสร้าง งานตกแต่ง และงานเฟอร์นิเจอร์ แต่มีคุณสมบัติแตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเรื่อง ความแข็งแรง การกันน้ำ น้ำหนัก และลักษณะการใช้งาน

ตารางเปรียบเทียบ ไม้อัดยาง vs พลาสวูด

หัวข้อ

ไม้อัดยางพารา

พลาสวูด (PVC Foam Board)

วัสดุ แผ่นไม้จากไม้ยางพารา พลาสติก PVC
น้ำหนัก ค่อนข้างหนัก เบากว่า
ความแข็งแรง แข็งแรง รับน้ำหนักได้ดี แข็งแรงระดับหนึ่ง แต่รับน้ำหนักมากไม่ดีเท่าไม้
การกันน้ำ ขึ้นอยู่กับชนิดกาวและการเคลือบผิว กันน้ำได้ดี
ปลวกและแมลง มีโอกาสถูกปลวกทำลาย ปลวกไม่กิน
ความชื้น อาจบวม โก่ง หรือแยกชั้น ทนความชื้นได้ดี
การตัดแต่ง ตัด เจาะ ยิงสกรูง่าย ตัด เจาะ และขึ้นรูปง่าย
การทำสี ทำสีไม้ เคลือบผิวได้ พ่นสี ติดสติกเกอร์ หรือพิมพ์ได้
การรับน้ำหนัก ดีมาก ปานกลาง
งานภายนอก ต้องป้องกันน้ำและแดด เหมาะกับงานที่โดนน้ำและความชื้น
ราคา ขึ้นอยู่กับเกรดและความหนา ขึ้นอยู่กับความหนาและความหนาแน่น

 

ไม้อัดยาง
ไม้อัดยาง

1. ไม้อัดยางพารา คืออะไร?

ไม้อัดยางพารา คือแผ่นไม้อัดที่ผลิตจากไม้ยางพารา โดยนำไม้มาแปรรูปเป็นแผ่นบาง ๆ แล้วนำมาซ้อนและอัดติดกันด้วยกาว

จุดเด่นสำคัญของไม้อัดยางคือ ความแข็งแรง ผิวเรียบ และสามารถนำไปทำเฟอร์นิเจอร์ได้หลากหลาย

ข้อดีของไม้อัดยาง

  • แข็งแรงและรับน้ำหนักได้ดี
  • ยิงสกรูและตะปูได้ดี
  • เหมาะสำหรับงานเฟอร์นิเจอร์
  • ตัด เจาะ และไสแต่งได้ง่าย
  • สามารถปิดผิวด้วยลามิเนต เมลามีน หรือวีเนียร์ได้
  • ให้ความรู้สึกแข็งแรงและเป็นวัสดุจากธรรมชาติ

 

ข้อเสียของไม้อัดยาง

  • มีน้ำหนักค่อนข้างมาก
  • ไม่ทนน้ำตลอดเวลา หากเป็นไม้อัดทั่วไป
  • อาจบวมเมื่อโดนความชื้น
  • มีโอกาสเกิดเชื้อราเมื่ออยู่ในพื้นที่ชื้น ไม่กันเชื้อรา
  • อาจถูกปลวกและแมลงทำลาย ไม้กันแมลง ไม่กันปลวก
  • หากใช้ภายนอกอาคารต้องเลือกชนิดที่เหมาะสมและป้องกันผิว

ไม้อัดยางเหมาะกับงาน ประเภทไหน

  • ตู้
  • โต๊ะ
  • ชั้นวางของ
  • เตียง
  • เฟอร์นิเจอร์บิลท์อิน
  • งานตกแต่งภายใน
  • โครงสร้างเฟอร์นิเจอร์
  • งานที่ต้องรับน้ำหนัก

ข้อมูลเกี่ยวกับ ไม้อัดยาง



2. พลาสวูด คืออะไร?

พลาสวูด หรือ PVC Foam Board เป็นแผ่นพลาสติกชนิดแข็งที่มีโครงสร้างภายในคล้ายโฟมละเอียด น้ำหนักเบากว่าไม้ และมีคุณสมบัติเด่นเรื่องการกันน้ำและความชื้น

พลาสวูดมีหลายความหนา เช่น 3 มม., 5 มม., 8 มม., 10 มม., 15 มม. และ 20 มม.

ข้อดีของพลาสวูด

  • กันน้ำและความชื้นได้ดี
  • ปลวกไม่กิน
  • ไม่ผุเหมือนไม้
  • น้ำหนักเบา
  • ตัดและเจาะง่าย
  • สามารถพ่นสีได้
  • ติดสติกเกอร์และพิมพ์งานได้
  • เหมาะกับพื้นที่เปียกหรือชื้น

 

ข้อเสียของพลาสวูด

  • รับน้ำหนักได้ไม่ดีเท่าไม้อัด
  • ความแข็งแรงของแต่ละเกรดแตกต่างกัน
  • อาจแอ่นหรือโก่งได้หากใช้แผ่นบางกับช่วงกว้าง
  • ไม่เหมาะกับงานโครงสร้างที่ต้องรับแรงมาก
  • การยึดสกรูอาจไม่แข็งแรงเท่าไม้ในบางลักษณะงาน
  • ความร้อนสูงและแสงแดดเป็นเวลานานอาจส่งผลต่อการขยายตัวหรือการเสื่อมสภาพ

 

พลาสวูดเหมาะกับงานประเภทไหน

  • ผนังกั้นห้อง
  • ฝ้าและงานตกแต่ง
  • ป้ายโฆษณา
  • งานพิมพ์ UV
  • ป้ายหน้าร้าน
  • งานในห้องน้ำ
  • ตู้ในพื้นที่ชื้น
  • งานตกแต่งที่ต้องการวัสดุกันปลวก
  • งานโมเดลและงานประดิษฐ์

เลือกใช้งานแบบไหนดี? ระหว่าง ไม้อัดยาง กับ พลาสวูด
🪑 ถ้าต้องการความแข็งแรงและรับน้ำหนัก → เลือกไม้อัดยาง

ไม้อัดยางเหมาะสำหรับ:

  • ชั้นวางของหนัก
  • โต๊ะ
  • ตู้
  • เตียง
  • โครงสร้างเฟอร์นิเจอร์
  • งานบิลท์อิน

ตัวอย่าง: หากทำชั้นวางหนังสือหรือชั้นเก็บสินค้า ไม้อัดยางจะเหมาะกว่าพลาสวูด เพราะรับน้ำหนักได้ดีกว่า

 

💧 ถ้าต้องการกันน้ำและกันปลวก → เลือกพลาสวูด

พลาสวูดเหมาะสำหรับ:

  • ห้องน้ำ
  • พื้นที่ซักล้าง
  • ป้าย
  • ผนังตกแต่ง
  • ตู้ที่มีโอกาสโดนความชื้น

ตัวอย่าง: หากทำผนังกั้นห้องน้ำหรือป้ายที่ต้องเจอฝนและความชื้น พลาสวูดจะเหมาะกว่า

 

🎨 ถ้าต้องการงานป้ายและงานตกแต่ง → พลาสวูดได้เปรียบ

พลาสวูดมีผิวเรียบ สามารถนำไป:

  • พ่นสี
  • ติดสติกเกอร์
  • พิมพ์ UV
  • แกะสลัก CNC
  • ตัดเป็นรูปทรงต่าง ๆ

จึงนิยมมากในธุรกิจป้ายและงานตกแต่ง

 

🛠️ ถ้าต้องการทำเฟอร์นิเจอร์ → ไม้อัดยางเหมาะกว่า

โดยเฉพาะเฟอร์นิเจอร์ที่ต้อง:

  • รับน้ำหนัก
  • ยิงสกรูหลายจุด
  • ใช้งานเป็นเวลานาน
  • รับแรงกดและแรงกระแทก

 

การเลือกใช้ไม้อัดหรือ พลาสวูด แบบง่ายๆ

ลักษณะงาน

วัสดุที่แนะนำ

ตู้เสื้อผ้า ไม้อัดยาง
โต๊ะทำงาน ไม้อัดยาง
ชั้นวางของหนัก ไม้อัดยาง
เฟอร์นิเจอร์บิลท์อิน ไม้อัดยาง
ป้ายโฆษณา พลาสวูด
ห้องน้ำ พลาสวูด
พื้นที่ชื้น พลาสวูด
ผนังตกแต่ง พลาสวูด
งานพิมพ์ UV พลาสวูด
งานที่ต้องกันปลวก พลาสวูด

งานที่ต้องรับน้ำหนักมาก

ไม้อัดยาง

ดังนั้น ไม่มีวัสดุชนิดไหนดีกว่าในทุกด้าน แต่ควรเลือกให้เหมาะกับลักษณะงาน หากเน้นความแข็งแรงให้เลือกไม้อัดยาง แต่หากเน้นการกันน้ำ ความชื้น และปลวก พลาสวูดจะเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมกว่า

 

สรุปง่ายๆ

ไม้อัดยาง = แข็งแรง รับน้ำหนักดี เหมาะกับเฟอร์นิเจอร์และงานโครงสร้าง

พลาสวูด = กันน้ำ กันปลวก น้ำหนักเบา เหมาะกับงานป้าย งานตกแต่ง และพื้นที่ชื้น


แชร์บทความ